การจัดให้มีบริการเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติเลขหมายเดียว

การจัดให้มีบริการเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติเลขหมายเดียว ( National Single Emergency Number)

 ด้วยสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุในประเทศไทยที่มีความถี่สูง ตลอดจนมีธรรมชาติที่มีแนวทางดำเนินในพื้นที่ต่างๆ ของประเทศ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทั้งในด้านความเสี่ยงอุบัติเหตุและสภาวะแวดล้อมส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง อีกทั้ง เมื่อพิจารณาถึงสถิติจากทางราชการซึ่งแสดงถึงการใช้บริการเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินของประชาชนสูงสุด ที่ใช้ในการติดต่อหน่วยรับแจ้งเหตุฉุกเฉินต่างๆ ประเทศต่างๆ จึงได้มีการลงทุน ปรับปรุง และพัฒนารูปแบบการดำเนินงาน ศูนย์กลางรับแจ้งเหตุฉุกเฉิน (Call Center) ที่เป็นศูนย์กลางให้บริการรับแจ้งเหตุแต่เพียงหมายเลขเดียวไปสู่ศูนย์บัญชาการเหตุฉุกเฉิน (Command Center) ซึ่งหน่วยสามารถยกระดับการให้บริการและการเข้าถึงความช่วยเหลือที่มีประสิทธิภาพสูงสุดอย่างแท้จริง ตัวอย่างเช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา (เลขหมาย 911) สหภาพยุโรป (เลขหมาย 112) ประเทศอังกฤษ (เลขหมาย 999) เป็นต้น

 สำหรับประเทศไทยยังไม่มีบริการเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินเลขหมายเดียว แต่ที่ผ่านมาอยางน้อยก็มีหน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับเหตุฉุกเฉินต่อหลายหน่วยงาน ได้แก่ ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศูนย์การแพทย์ฉุกเฉิน 1669 ของสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน ศูนย์รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้ 199 ของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และองค์การโทรคมนาคมอื่นๆ ตลอดจนหน่วยงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ต่างก็มีเลขหมายสายตรงเฉพาะของแต่ละหน่วยงาน ทำให้เกิดความสับสนได้ง่ายแก่ผู้ใช้บริการในกรณีที่ต้องใช้โดยเร่งด่วน ส่งผลให้ขาดโอกาสการตอบโต้ตามหมายฉุกเฉินต่าง ๆ รวมถึงความล่าช้าในการให้บริการจากการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่รับผิดชอบ

 ดังนั้น เพื่อให้การตอบสนองต่อสถานการณ์ฉุกเฉินของประเทศที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การให้บริการเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินของประเทศไทยจึงควรดำเนินการในรูปแบบศูนย์บัญชาการเหตุฉุกเฉิน (Command Center) ที่เรียกว่า "ศูนย์บัญชาการเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ (Thailand Emergency Command Center: TECC)" ซึ่งจะสามารถตอบสนองและการจัดการไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้อย่างมีประสิทธิภาพในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินหรือเกิดเหตุภัยพิบัติขึ้นไปอย่างทันท่วงที

 ศูนย์บัญชาการเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ (Thailand Emergency Command Center: TECC) จะเป็นการต่อยอดจากระบบศูนย์แจ้งเหตุร้าย 191 ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ซึ่งมีลักษณะการดำเนินงานอยู่ในรูปแบบศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน (Call Center) แต่จะมีขีดความสามารถที่สำคัญเพิ่มเติม ได้แก่ การมีระบบเฝ้าระวังตรวจจับเหตุล่วงหน้า การแจ้งเตือนภัยล่วงเวลาในการอพยพหรือถึงที่เกิดเหตุด้วยตนเองส่งให้การบริหารเหตุเป็นไปอย่างรวดเร็ว หรือประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สามารถบูรณาการฐานข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อวิเคราะห์และป้องกันเหตุ ตลอดจนใช้ประกอบการสื่อสารกับประชาชนเพื่อยกระดับเหตุหรือป้องกันความผิดได้อย่างถูกต้อง แม่นยำ และมีประสิทธิภาพ

 ศูนย์บัญชาการเหตุฉุกเฉินแห่งชาติ (Thailand Emergency Command Center) มีองค์ประกอบที่สำคัญ คือ

  • ระบบจัดการการติดต่อสื่อสารช่องทางเสียง (Voice Communication System)
  • ระบบกระจายสายลับดับชั้นและระบบการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ (ACD/CTI)
  • ระบบจัดการการติดต่อสื่อสารช่องทางมัลติมีเดีย (Multimedia Communication System)
  • ระบบบันทึกเสียงสนทนา (Voice Recording System)
  • ระบบสนับสนุนการประสานงานเหตุฉุกเฉิน (Computer Aided Dispatch: CAD)
  • ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (Geographic Information System: GIS)
  • ระบบจัดการตำแหน่งในเชิงเหตุฉุกเฉิน (Location Based Service: LBS)
  • ระบบเชื่อมต่อกล้องวงจรปิด (CCTV Interface)
  • ระบบการวิเคราะห์ภาพและพฤติกรรมวัตถุวิเคราะห์ (CCTV Analytics)

 เนื่องจากโครงการศูนย์บัญชาการเหตุฉุกเฉินแห่งชาตินี้ เป็นการติดตั้งระบบเทคโนโลยีใหม่ที่ยังไม่เคยมีการใช้งานในประเทศไทย ดังนั้น จึงแบ่งการดำเนินงานออกเป็น 2 ระยะ (Phase) คือ

  • ระยะที่ 1 ติดตั้งศูนย์ Emergency Command Center ณ แห่งหนึ่งเป็นศูนย์บัญชาการกลาง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระยะแรกก่อน เพื่อเป็นการนำร่อง (Pilot) ในการทดสอบการทำงานของระบบฯ และวิธีการปฏิบัติงานของศูนย์บัญชาการเหตุฉุกเฉินใหม่
  • ระยะที่ 2 ติดตั้งศูนย์ Emergency Command Center สำหรับจังหวัด/ท้องที่ต่อ ๆ ไป และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เหลือทั้งหมด หลังจากได้มีการพิสูจน์ผลการดำเนินงานในระยะแรกจนสามารถปรับปรุงคุณภาพให้เหมาะสมแล้ว

 ในการออกแบบการให้บริการเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินแห่งชาติเลขหมายเดียว ได้อ้างอิงตามมาตรฐานของสมาคม NENA (National Emergency Number Association) ของประเทศสหรัฐอเมริกา คือสิ่งที่เรียกว่าโครงการพัฒนาโทรศัพท์รุ่นใหม่ Next Generation 911 หรือ NG911 โดยทำงานบนระบบเครือข่าย IP ที่สามารถรองรับการแจ้งเหตุฉุกเฉินได้หลายช่องทาง (Multi-Channel Communication) ซึ่งมีรายละเอียดทางเทคนิค ดังนี้

 เมื่อดำเนินการจัดตั้งระบบและศูนย์ประสานงานการบริการเลขหมายโทรศัพท์ฉุกเฉินเลขหมายเดียว (Thailand Single Emergency Call Center) แล้วเสร็จ สำนักงาน กสทช. จะส่งมอบให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เพื่อดำเนินการต่อไป


23/05/2560
50
สร้างโดย - -